ช่วงปีใหม่ใกล้ถึงนี้ผมมีหนังสือมาแนะนำ เล่มหนึ่งใช้สำหรับใช้ชีวิตเข้าใจชีวิตมากขึ้น อีกเล่มกับหนึ่งชุดใช้ในการประกอบอาชีพ (ด้านไอที ที่ผมทำอยู่) หนังสือที่หยิบยกมานั้นล้วนแต่พิมพ์ภายในปี 2553 นี้จึงขอนำมาแนะนำเผื่อว่าจะสร้างประโยชน์ สร้างปัญญาสำหรับผู้ได้รับ และผู้อ่านได้บ้าง
เล่มแรกผมได้มาก่อนสิ้นปีสักอาทิตย์
ชื่อ "ธรรมชาติของสรรพสิ่ง การเข้าถึงความจริงทั้งหมด" พิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2553
ซึ่ง ศ.นพ.ประเวศ วะสี เป็นบรรณาธิการ หนังสือเล่มนี้มีนักเขียนหลายท่าน จนทำให้ผมคิดว่าเป็นนิตยสารเสียอีก ซึ่งผู้ที่เขียนประกอบด้วย พระสันติกโรภิกขุ , พรชัย พัชรินทร์ตนะกุล , บัญชา ธนบุญสมบัติ , สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ , วิสุทธิ์ ใบไม้ , อนุชาติ พวงสำลี , ศรีศักร วัลลิโภดม และ คนสุดท้ายผมมักฟังเทปบรรยายของท่านทางอินเทอร์เน็ตบ่อยๆ คือ นพ.ประสาน ต่างใจด้วยคิดว่าเป็นนิตยสารแบบฉบับพิเศษแต่เมื่อลองเปิดอ่านดูคร่าวๆแล้ว เนื้อหาน่าสนใจมาก ถึงแม้ชื่อหนังสืออาจดูแล้วซีเรียสไปหน่อย ถึงขั้นชื่อหนังสือนั้นดูโอเวอร์ ไปด้วยซ้ำ จนทำให้ครั้งแรกผมไม่คิดจะซื้อ แต่ด้วยเป็นคนเคยอ่านหนังสือของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี และงานของนพ. ประสาน ต่างใจ มาเลยต้องลองพิจารณาโดยเฉพาะผลงานของ นพ.ประเวศ ผมมี 2 เล่มและถึงขั้นชอบมาก เป็นหนังสือดีและอยากแนะนำให้อ่าน ชื่อเล่มแรกชื่อ ความจริง ความดี ความงาม และ วิถีมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ถือว่าได้อะไรเยอะมากจากสองเล่มนี้ ในหนังสือเล่มใหม่นี้เลยตัดสินใจซื้อโดยไม่คิดมากอะไร และหลังจากซื้อมาได้อ่านเพียงไม่กี่บทก็พบว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้ซื้อมาและอยากแบ่งปันให้คนอื่นได้รับรู้ด้วยเช่นกัน
ภาพหน้าปกเป็นภาพวาดจากถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ และเมื่อเปิดหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาพบกลอนร้อยเรียงความหมายในหนังสือจากศาสตราจารย์กิตติคุณ สุมน อมรวิวัฒน์ อ่านแล้วไพเราะและเข้าถึงแก่นแท้หนังสือเล่มนี้ได้เป็นอย่างดี
จนกระทั่งในช่วงหลังนี้หาซื้อหนังสือทำนองนี้สะสมมากขึ้นกว่าหนังสือด้านไอที โดยเฉพาะจากสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา อ่านแล้วก็ยังไม่ "Get" บางเล่มเป็นหนังสือที่ผู้แต่งเขียนได้ดีมาก และมีการแปลโดยคนไทย ยกตัวอย่างเช่น หนังสือชื่อโยงใยที่ซ่อนเร้น (The Hidden Connections) ของฟริตจ๊อฟ คาปร้า (Fritjof Capra) ผู้แต่ง Tao of Physic ถึงแม้หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วผมก็ยังตามซื้อมาเก็บไว้ครบอยู่ทุกชุด อ่านแล้วก็ยัง งงๆ เนื่องจากต้องอาศัยความรู้หลายแขนง ไม่ว่าเป็น ศาสตร์เกี่ยวกับชีวะ เคมี สังคมศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ เป็นอย่างน้อยคนที่อ่านหนังสือนี้ได้คงต้องเรียนรู้ศาสตร์หลายแขนง อาจไม่เหมาะนักสำหรับผู้เริ่มต้นจะศึกษาแต่หากอ่านเพื่อแสวงความรู้ก็ไม่เป็นไรพออ่านรู้เรื่องได้
มีคนแนะนำว่าให้อ่านเล่มนี้สิ เป็นหนังสือในระดับขึ้นหิ้งอีกเล่มคือ "พุทธรรม" เขียนโดย พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เล่มนี้ละเอียดและจัดได้ว่าเป็นหนังสือขั้นมาสเตอร์พีซ ยอมรับว่าผู้เขียนหนังสือเล่มนี้แตกฉานในองค์ความรู้ ยิ่งหากใครได้ฟังการบรรยายของพระธรรมปิฏก ปยุตโตแล้วก็คงคลายความสงสัยว่าท่านว่ามีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซื้งจนถึงขั้นเขียนหนังสือดังกล่าวได้อย่างไม่มีความผิดพลาด
แต่ถึงอย่างไรคนเริ่มต้นศึกษาอย่างผมจึงอ่านแล้วติดขัดอยู่บ้างด้วยอุปสรรคเดิมคือคำศัพท์ ภาษาบาลีเยอะ รู้แต่ว่าวันหนึ่งจะอ่านแล้วเข้าใจ จึงเก็บไว้ จนถึงขั้นว่าแสวงหาหนังสือเล่มนี้เป็นฉบับดั้งเดิม ตอนนั้นหายากมากเพราะพิมพ์หมดแล้วหมดเลย (ไม่ก็หาอ่านเนื้อหาบางส่วนในอินเทอร์เน็ต) แต่ปัจจุบันนี้คือไม่กี่เดือนนี้ได้มีการจัดพิมพ์ชุดใหม่ บางร้านหนังสือในห้าง ผมยังเห็นขายอยู่ หน้าปกเปลี่ยนใจความยังเหมือนเดิม และยังคงความอมตะแม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม
เมื่อทำการศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือหลายเล่มจะอธิบายถึงชีวิต ที่มาที่ไปของสิ่งมีชีวิต และประวัติศาสตร์การก่อกำเนิดของชีวิต รวมถึงการดำเนิชีวิตในแบบอย่างที่สร้างความสุขจากสิ่งที่มีอยู่ ทั้งที่เป็นศาสตร์ทางตะวันตก (วิทยาศาสตร์) ที่แสดงถึงหลักเหตุผลพิสูจน์ได้ตามหลักการณ์ ทฤษฎี และการทดลอง และ ศาสตร์ทางตะวันออก (พุทธศาสตร์) ที่เน้นทางจิตวิญญาณ การรู้จักตนเอง การใช้ชีวิตอย่างสันโดษ บนทางสายกลาง จนถึงการลดอัตตาของตนเองลง และท้ายสุดเข้าถึงความเป็นอนัตตา (ความว่าง) เป็นต้น
กลับมาว่ากันทำไม ผมจึงยกให้หนังสือ "ธรรมชาติของสรรพสิ่ง .." เป็นหนังสือควรค่าแก่การให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ก็เพราะเนื้อหาดี ครบถ้วน และยังเป็นเนื้อหาใหม่พึ่งจัดพิมพ์ ได้ความรู้ทั้งศาสตร์ทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ และศาสตร์ทางจิตวิญญาณที่ไปด้วยกันได้อย่างลงตัว อ่านง่ายครับ เน้นว่าหากเริ่มอ่านเล่มนี้จะอ่านได้เข้าใจมากกว่าแบบผมในอดีตที่หาซื้อหนังสือมามากมายเพื่อต้องการคำตอบ หลายๆเล่มที่ผมซื้อมาหลังๆ ผมอ่านอยู่เล่มเดียวก็ทำให้เข้าใจในสิ่งที่ฉงนอยู่ได้
อาจกล่าวได้ว่าเป็นทางลัดสำหรับคนที่เร่ิมสนใจศึกษาหาข้อมูลในด้านนี้ก็ว่าได้
ถึงแม้เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้อาจไม่ต่อเนื่องกัน อาจเป็นเพราะมีผู้เขียนหลายท่าน แต่ในแต่ละบทความของแต่ละคนนั้นก็ทำให้ได้รับความรู้ที่หาได้ยากในหนังสือทั่วไป
สำหรับคนรุ่นใหม่ หากได้รับหนังสือนี้และได้อ่านสักหน่อย คิดว่าชีวิตจะมีหลักคิด และลดความเห็นแก่ตัวลงได้ไม่มากก็น้อย เพราะหากเราเริ่มเห็นความจริง เราก็ลดอัตตาของตนเองได้ ไม่ต่างกับคำว่า "อิ่มเดียวหลับเดียว" หรือ "ชีวิตมันก็เป็นอย่างนั้นเอง" อย่างนั้นเอง / เช่นนั้นเอง ก็คือคำตอบที่เป็นความจริงแน่แท้ที่สุด
อีกเล่มเป็นหนังสือวิชาชีพที่ทำอยู่ครับ บังเอิญชอบเป็นการส่วนตัว ต้องบอกว่าในตำราต่างประเทศหนังสือประเภทนี้มีอยู่เยอะมาก หลายเล่มดีกว่านี้ก็มีแต่ ด้วยเนื้อหาและรูปภาพเยอะทำให้หนังสือเล่มนี้เหมาะกับผมและคิดว่าเหมาะกับหลายๆคนที่ทำงานด้าน IT security
ชืื่อหนังสือว่า "Digital Forensics For Network, Internet , And Cloud Computing"
เนื้อหาแบบ All in one รวมทั้งแบบ Host Base และ Network Base แถมยังโดดไปเล่นกับ Cloud เสียอีก พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2553 เทคนิคในเล่มนี้ยังถือว่าใหม่อยู่ (ยังใช้ได้อยู่ในปัจจุบัน) ส่วนเนื้อหาว่าด้วยการสืบหา/ พิสูจน์หลักฐานที่เกิดขึ้นจากการใช้งานอินเทอร์เน็ต บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และระบบ Cloud computer อธิบายไม่ซับซ้อนมีภาพประกอบเยอะ ทำให้ทำความเข้าใจง่ายขึ้น ก่อให้เกิดปัญญาและได้แนวทางการปฏิบัติงานอยู่ไม่น้อย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและผู้เริ่มศึกษาด้านนี้ส่วนอีกชุด Seven deadliest ของค่าย Syngress ที่ออกมาในปีนี้เอง ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2010 และต่อเนื่องถึงช่วงกลางปีจนครบเซ็ท เหมาะสำหรับอาชีพผู้ตรวจสอบ/ประเมินความเสี่ยงหาช่องโหว่จากระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงอาจารย์ที่สอนและจัดอบรมหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลควรค่าแก่การสะสม
ประกอบด้วยSeven Deadliest Network Attacks , Seven Deadliest Wireless Technologies Attacks , Seven Deadliest Web Application Attacks , Seven Deadliest Microsoft Attacks , Seven Deadliest USB Attacks, Seven Deadliest Social Network Attacks , Seven Deadliest Unified Communications Attacks เป็นหนังสือที่สรุปวิธีการโจมตีในแต่ละแบบมาเป็นชุดๆ คล้ายกับชุด Hack Notes ของค่าย McGraw-Hill Osborne Media ในอดีต แต่ต้องบอกว่าหนังสือเหล่านี้มีอายุการใช้งานไม่นานเพราะเทคนิคพวกนี้จะล่าสมัยไปเรื่อยๆ
ถึงอย่างไรก็ทำให้ "รู้เขา-รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" มากขึ้น
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้ถึงนี้ มอบหนังสือดีๆให้กับคนที่เราเคารพรัก และคนที่เรารู้จักมักคุ้นกัน เพื่อใช้เวลาในวันว่างได้อ่านศึกษาหาความรู้กัน เพื่อผลประโยชน์โดยรวมที่เกิดขึ้นกับสังคมไทยเรา
สุดท้ายก็ขอให้ทุกท่านที่อ่านบทความผมจงประสบความสุข ท่านใดอยู่ในวัยทำงานก็ขอให้มีความสุขในการทำงาน คุณค่าชีวิตคือการได้ทำงานที่ตนรับผิดชอบไว้ หากท่านคิดสมสิ่งใดให้สมดังใจปรารถนา หากได้คุณความรู้จากหนังสือที่แนะนำมาก็ขอให้ขยายผลสร้างคุณงามความดีให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมที่เราร่วมอยู่ด้วยกันต่อไป
สวัสดีปีใหม่ครับ
นนทวรรธนะ สาระมาน
Nontawattana Saraman
31/12/53
Link ที่ไม่เกี่ยวข้องแต่อยากให้รับชมย้อนหลังกัน
นี้คือฉันนั้นคือโลก จากรายการ พื้นที่ชีวิต ทีวีไทย
ผลิตรายการโดย หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ
ท่าเตียน : รายการเมล็ดพันธ์ุไท ทีวีไทย

0 ความคิดเห็น:
Post a Comment